ไม่มีหมวดหมู่ » เกิดอะไรขึ้นเมื่อคิดที่จะเปลี่ยนแปลง “ตัวเอง”

เกิดอะไรขึ้นเมื่อคิดที่จะเปลี่ยนแปลง “ตัวเอง”

31 ธันวาคม 2018
42   0

เมื่อคิดที่จะเปลี่ยนเเปลง “ตัวเอง”
วันดีคืนดี จู่ๆ เราก็นึกอยากจะปฏิวัติตัวเอง และเชื่อมันว่าเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง. เอ๊ย! เปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วอะไรๆ คงจะดีขึ้นกว่าเก่าก่อน
กระบวนการเปลี่ยนแปลงล่ะ คืออะไร?
ติ้กต่อกๆๆ. ปรี๊ด..

หมดเวลาเฉลยเลยละกัน ใจร้อนอยากบอกให้รู้เร็วๆ
ก็ “กลไกทางความคิด” ที่เปลียนแปลงตามไปด้วยโดย อัตโนมัติน่ะสิ
ก่อนที่เราจะเปลี่ยนสิ่งใดๆ ไปอย่างสมบูรณ์แบบ เราต้องผ่านกระบวนการ “คิด” อย่างเป็นระบบ เป็นรูปธรรมเสียก่อน
ครั้นจะให้รู้ๆ เกิดความรู้สึกนึกคิดหรือฝันๆ หวานไปเองก็ท่าจะไม่ร่ง และอาจไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงเพราะ
เราอาจนึกอยากเปลี่ยนบ้าง ไม่อยากเปลี่ยนบ้าง ตามดีกรีของอารมณ์ที่ขึ้นลงในแต่ละวันก็เป็นไปได้
และเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงเป็นกระบวนการทาง
รูปธรรมที่มีภาพลักษณ์ให้สัมผัสได้ชัดเจน
ดังนั้นกลไกลทางความคิดและกระบวนการที่มี ระบบเป็นรูปธรรมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากเหนือสิ่งอื่นใด
เมื่อคิดที่จะเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างกระแสแห่งความตั้งใจจะถูกส่งผ่านไปยังสมอง กระตุ้นให้เกิดการตอบสนองทางความคิด ผ่านกระบวนการกลั่นกรองก่อนที่จะถ่ายทอด. ออกมาเป็นพฤติกรรมบางอย่างดังต่อไปนี้

1. สมองคิด
2. กระบวนการกลั่นกรอง
3. พฤติกรรมการเปลี่ยนแปลง

กลไกลทางความคิด และกระบวนการคิดที่เปลี่ยนไปจากเดิมทำให้เราต้อง “หยุด”ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นไปในวันนี้…วินาทีนี้…
ลงชั่วคราว เพื่อ “ทบทวน” สิ่งที่ผ่านมาว่า “ดี” “ไม่ดี”

ควรปรับปรุงแก้ไขอย่างไร…?

เกิดการมองย้อนดู “ความคิด” ตั้งคำถามกับ”ตัวเอง” อย่างยุติธรรมที่สุดว่า…ที่สุดแล้ว เราควรต้อง(รีบ)เปลี่ยนอะไรก็ตามที่คิดไว้รวมทั้งเปลี่ยนตัวเองด้วยนั้น อย่างเร่งด่วน…เป็นอันดับแรก
สิ่งที่เกิดขึ้นในลำดับต่อมาคือ การรู้สึก “ยอมรับ” ในสิ่งที่จะต้องเปลี่ยนอย่างใจเย็น เข้าใจ และทำใจได้
ยอมรับในข้อบกพร่อง ความไม่สมบูรณ์แบบ และความแปลกแยกต่าง ๆ ยอมที่จะเข้าสูกระบวนการเปลี่ยนแปลงดังที่ตั้งใจ ไว้ด้วยความสมัครใจ
เกิด “กำลังใจ” บวก “แรงผลักดัน” ดี ๆ ทีเปี่ยมด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ เพือมุ่งสู่ “การเปลี่ยนแปลง”
ใช่ว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ..การปล่อยให้ เป็นไปในแบบเดิมๆ คิดดูแล้ว
เป็นการกระทำที “สวนกระแส” ความคุ้นเคยของเราเอง คิดดูแล้วยังทำง่ายกว่า เพราะการปลี่ยนแปลงเป็นการกระทำที่ สวนกระแส ความคุ้นเคยของเราเอง

เหมือนปลาที่ต้องว่ายทวนกระแสน้ำ ปลาต้องอาศัยความพยายาม กำลังครีบและหางที่ต้องโบกสะบัดโต้สายน้ำ บวกกับพลังใจอันกล้าแข็ง ในการพยุงตัวว่ายฝ่ากระแสอันเชี่ยวกรากของน้ำฉันท์ใด
เรา ผู้ซึ่งต้องการการเปลี่ยนแปลงก็ย่อมต้องพึ่งพาความรู้สึก ไม่ย่อท้อ และพร้อมที่จะสวนกระแสความคุ้นเคยเดิม ๆ ไปด้วยกำลังใจที่เต็มเปียมฉันท์นั้น
ดังนั้น เบื้องหลังการคิดเปลี่ยนแปลงตัวเอง ย่อมเกิดกลไก ทางความคิด กระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการยอมรับผลที่จะเกิดขึ้นต่อการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ โดยอัตโนมัติ
แม้บางคนอาจไม่อยากรับผลที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในบาง…ก็ย่อมต้องเกิดผลที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ส่วนผลที่เกิดขึ้นนั้นจะเป็นไปในทิศทางใด ? ดีขึ้น? หรือแย่ลง? ก็คงต้องย้อนกลับไปพิจารณากันที่จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยน
แปลงนั้นๆ ว่า แต่เดิม สิงที่ถูกเปลียนนั้น “ดี” อยู่แล้าหรอไม่?!
ถ้าดีอยู่แล้ว แต่ปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้น สดใส ปิ๊งปั๊ง เราใจขึ้นกว่าเดิมอีกก็นับได้ว่า พาความเจริญมาสู่ชีวิตเลยทีเดียว แต่ถ้าหากเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังเท้า
แย่ลง อย่างเห็นได้ชัดชีวิตมีแต่อัปปางร่วงดิ่งลงเหว
นี่ก็ถือว่าพาความเสื่อมมาเยือนตัวเองแท้ๆอย่างน่าเสียดาย
พึงจำไว้ว่า หากเราคิดจะลงทุนเปลี่ยนทั้งทีก็ขอให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้นสักนิดก็ยังดี…อย่าให้เสียทีที่ได้เปลี่ยนเลย…จริงไหม…?!